Day 1 ( 5 .. 2553)

      วันนี้ผมไม่ต้องเข้า Office เพราะ ต้องไปอบรมที่ตึกมหานครยิปซั่ม ตรงแยกพญาไท จริงๆก็อบรมมาสี่วันแล้วล่ะ แล้ววันนี้เป็นวันปิดคอร์สพอดี ซึ่งการไปอบรมที่นี่ถือว่าไกลมาก ถ้าเทียบกับที่อยู่ของผม และถ้าจะเทียบกับการไปอบรมนอกสถานที่แบบนี้กับการเข้าไปทำงานที่ Office ตาม ปกติ ผมเลือกทำงานตามปกติดีกว่า บางคนอาจจะคิดว่าไปอบรมแบบนี้สบายกว่า ไม่ต้องทำงาน แถมเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยนิดๆ แต่ที่ผมคิดว่าไปทำงานตามปกติดีกว่า เพราะการไปอบรมแบบวันนี้ผมต้องนั่งรถถึงสองต่อเพื่อให้ถึงที่หมาย แถมยังต้องออกจากห้องแต่เช้า เพราะถ้าออกสายหน่อยนี่บรรยากาศรถติดและบรรยากาศการอัดแน่นของผู้คนบนรถเมล์ ตอนสายๆจะร่วมร่างกันเป็นความอึดอัด หม่นๆนิดๆ ที่จะเกาะติดตัวผมไปเหมือนมีผีชัตเตอร์ขี่คออยู่ทั้งวันเลยทีเดียว ก็อย่างที่เค้าว่ากันว่าถ้าเช้าไหนตื่นมาสดใส วันนั้นทั้งวันของเราก็จะสดใสไปด้วย เค้าที่ว่านี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเค้าไหน แต่ผมว่าถึงแม้จะตื่นเช้ามาสดใสสุดๆแต่ถ้ามาเจอบรรยากาศการยืนบนรถที่แออัด ไปด้วยมนุษย์เงินเดือนหลากหลายสายพันธุ์แบบนี้ตั้งแต่เช้า ไม่ว่าใครก็ต้องหม่นหมองกันบ้างล่ะ แล้วชั่วโมงที่เหลือของวันมันจะสดใสได้ซักแค่ไหนกันเชียว

       ผิดกับการเข้างานที่ Office ที่ ผมจะออกสายหน่อยก็ได้ เพราะนั่งรถแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว ว่ากันตามจริงจะเดินไปยังได้เลยถ้าสู้ชีวิตพอ ก็แหม เด็กบ้านนอกแบบผมมันก็ต้องย้ายห้องให้ใกล้ๆกับ Office ไว้ก่อน ก็คนมันขี้เกียจตื่นเช้าๆนี่

      แต่วันนี้ต่างจากวันอื่นนิดหน่อย ที่ในเป้ผมจะมีเสื้อผ้าอยู่ด้วยสองสามชุด เพราะเย็นนี้หลังจากอบรมเสร็จแล้ว ตั้งใจไว้ว่าจะไม่กลับห้องละ เลิกเสร็จจะตรงดิ่งไปโรงเบียร์ฮอลแลนด์กันเลย อาอ่านถึงตอนนี้แล้วอย่าเพิ่งเข้าใจอะไรผมผิดนะครับ ผมไม่ได้จะไปกินเบียร์ฉลองวันศุกร์แห่งชาติอะไรที่นั่น (ถึงจริงๆแล้วจะอยากกินเหมือนกันก็เถอะ) แต่ผมจะไปขึ้นรถไปช่วยชาวหาดใหญ่ที่โดนน้ำท่วมกับ RBS ครับ ถึงวันนี้น้ำจะลดหมดแล้ว แต่ red bull spirit ก็ ตั้งใจจะพาพวกเราอาสาสมัครไปช่วยทำความสะอาดเมืองกัน ถึงแม้จะช่วยได้ไม่มาก แต่ผมก็อยากไปร่วมด้วยเพราะถึงจะเล็กน้อยแค่ไหน หากเราช่วยได้ มันก็ต้องดีกว่าการอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรอยู่แล้วจริงมั้ยครับ แล้วจริงๆก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าทาง RBS ต้องการ ให้น้ำลดหมดก่อนถึงจะพาอาสาไปลงพื้นที่เพราะเค้าก็ไม่ต้องการให้อาสาเสี่ยง อันตรายมากเกินไปเหมือนกัน เพราะไม่งั้นผมว่าแทนที่จะไปช่วยเค้า เผลอๆอาจไปเป็นภาระให้กับพี่ๆทหารที่กำลังลงพื้นที่ซะงั้น

      บรรยากาศการอบรมวันนี้ก็สนุกดีเหมือนเดิม ผมว่าอาจารย์คนนี้เค้าสอนดีทีเดียว พูดเข้าใจง่ายดี และอาจเป็นวิชาที่ผมชอบด้วยก็ได้ มันเลยสนุกมากผิดปกติการมาอบรมทั่วๆไป แต่ทีเด็ดจริงๆของอาจารย์แกอยู่ที่หลังจากพักเบรคตอนบ่ายครับ หลังเบรคเสร็จผมก็นั่งอ่านอะไรไร้สาระไปเรื่อยๆตามประสาคนตั้งใจเรียน อยู่ๆอาจารย์แกก็พูดขึ้นมาว่า แกมี trick อะไรจะมานำเสนอ ตอนนั้นผมก็เข้าใจว่า แกจะสอน trick อะไรเกี่ยวกับ Solaris (อ้อ ลืมบอกไปคอร์สที่ผมมาอบรม คือ คอร์ส Solaris Administration ครับ) แต่ผิดคาด trick ที่แกจะสอนคือเทคนิคการชงชาแบบซองครับ ผมฟังจบเกือบหลุดหัวเราะ เพราะมันผิดคาดจริงๆ แต่ trick ที่ แกสอนนั้น แกบอกว่าได้มาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นคนสอนแกมาอีกที ดูแกสาธิตแล้วผมทึ่งมากๆครับ คิดได้ยังงัยว่าต้องทำแบบนี้ เดี๋ยวว่างๆผมจะแสดงให้ดูนะครับ ว่าแกมีวิธีในการชงชายังไง

       หลังจากเลิกเรียนผมก็มาขึ้นรถตู้ตรงอนุเสาวรีย์ชัย เพื่อไปขึ้นรถ RBS ที่ โรงเบียร์ฮอลแลนด์ รถจะออกตอนทุ่มนึง แต่ตอนนี้เพิ่งสี่โมงครึ่ง แต่คิดว่าน่าจะขึ้นรถตอนนี้เลยดีกว่า ด้วยสองเหตุผลหลักคือ หนึ่ง มันเป็นครั้งแรกที่ผมจะขึ้นรถตู้ไปพระรามสอง ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ หรือแม้จะไปขึ้นรถที่ตรงไหน และสองวันนี้เป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ไม่แน่รถอาจติดมากก็ได้ รีบไปเลยน่าจะดีที่สุด

      20 นาทีต่อมาผมก็มาถึง โรงเบียร์ฮอลแลนด์ครับ ก่อนเวลานัดสองชั่วโมง โชคยังดีที่ข้างๆเป็นเซ็นทรัลพระรามสองเลยมีที่เดินเล่นฆ่าเวลา แต่พอคิดถึงคำว่า”ฆ่า”เวลาแล้วผมรู้สึกไม่ดีเลยแฮะ เพราะเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งมี”ค่า” เราไม่น่าจะมีโอกาสได้ใช้คำว่า “ฆ่าเวลา” กันบ่อยๆเลย

       พอมาถึงเซ็นทรัลพระรามสองแล้วผมรู้สึกเหงาๆแปลกๆแฮะ แต่ไม่ใช่เหงาเพราะว่าผมมาเดินคนเดียวหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะครั้งแรกที่มาที่นี่ผมมาดูหนังกับคนๆนึง พอกลับมาที่เก่าๆแบบนี้มันก็อดไม่ได้นะครับ ที่จะคิดถึงเรื่องเก่าๆ แต่เดินไปเดินมาก็ได้หนังสือมาหนึ่งเล่ม คือ “ดาวหางเหนือทางรถไฟ” ของคุณก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน ซึ่งภายหลังผมค้นพบว่ามันเป็นหนังสือเล่มที่ผมชอบเป็นลำดับต้นๆจากหนังสือ ทั้งหมดที่ผมเคยซื้อมาเลยล่ะ

      หลังจากเดินเล่น “ฆ่าเวลา” ไปสองชั่วโมงผมก็เดินไปที่จุดนัดพบ คือลานจอดรถของโรงเบียร์ รอซักพักก็มีเหล่าอาสาและเจ้าหน้าที่ของ RBS ที่ทยอยกันมาเรื่อยๆ มีทั้งคนที่ผมรู้จัก คนที่ผมคุ้นหน้าและคนแปลกหน้า หลังจากมีการ check ชื่อและเตรียมของกันครบแล้ว ล้อรถบัสของ RBS ก็ หมุนพาเราไปสู่จุดหมายที่หาดใหญ่ คืนนี่คงต้องนอนกันบนรถและต้องนอนให้หลับด้วย เพราะพอไปถึงหาดใหญ่ตอนเช้ามีงานหนักรอพวกเราอยู่แน่นอน

 


Comment

Comment:

Tweet